ติดตั้ง Solar farm บนพื้นที่ขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด

โซล่าฟาร์ม ( Solar farm ) ระบบที่ทั่วโลกนิยมใช้อย่างมาก

solar farm

หากพูดถึง ‘ระบบโซล่าเซลล์’ เราคงจะนึกถึงการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคากันสะเป็นส่วนใหญ่ แต่เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ในตอนนี้มาไกลมากแล้ว โซล่าเซลล์ จึงมีความหลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น ‘โซล่าฟาร์ม’ (Solar farm) ที่เป็นการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนพื้นดิน เป็นการใช้พื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์ ทดแทนการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งจะส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม

Solar farm คืออะไร ?

โซล่าฟาร์ม เป็นการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์จำนวนมากบนโครงเหล็ก โดยจะตั้งอยู่บนพื้นดิน โดยแผงเหล่านี้จะช่วยรับพลังงานจากแสงอาทิตย์ จากนั้นก็จะแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งไฟฟ้าเข้าสู่โครงการสถานที่ขนาดใหญ่ หรือเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคทั่วไป ทั้งในบ้านอยู่อาศัยและธุรกิจได้อย่างครอบคลุม

solar farm

โดย ‘โซล่าฟาร์ม’ เป็นระบบที่มีการผลิตไฟฟ้าเหมือนโซล่าเซลล์บนหลังคา หรือ โซล่ารูฟท็อป (Solar rooftop) ทุกอย่าง ต่างกันแค่โซล่าฟาร์มติดตั้งบนพื้นดิน

โซล่าฟาร์ม มีกี่ประเภท ?

1. การติดตั้งโซล่าฟาร์มแบบยึดอยู่กับที่ (Fixed System)

เป็นการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ให้สามารถรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้มาก โดยจะมีตำแหน่งการติดตั้งที่ชัดเจน แต่โซล่าฟาร์มประเภทนี้มีข้อจำกัด คือ จะได้รับพลังงานแสงอาทิตย์สูงสุดในบางช่วงเวลาเท่านั้น

2. การติดตั้งโซล่าฟาร์มแบบหมุนตามดวงอาทิตย์ (Tracking System)

เป็นการใช้เทคโนโลยี หรือโปรแกรมในการหันหน้าแผงโซล่าเซลล์ไปตามดวงอาทิตย์ ตรงนี้ก็จะช่วยให้แผงได้รับแสงอาทิตย์ได้ตลอดทั้งวัน ทำให้ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่าโซล่าฟาร์มแบบ Fixed System

อุปกรณ์ในระบบ โซล่าฟาร์ม ?

แม้ ‘โซล่าฟาร์ม’ จะมีการผลิตไฟฟ้าเหมือน ‘โซล่ารูฟท็อป’ ทุกประการ แต่สำหรับอุปกรณ์แล้วมีชนิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยลักษณะของอุปกรณ์ในระบบโซล่าฟาร์มมีด้วยกันดังนี้

แผงโซล่าเซลล์ที่มีกำลังผลิตสูง

solar farm

แผงโซล่าเซลล์ใน ‘ระบบโซล่าฟาร์ม’ มีจำนวนมาก โดยจะใช้แผงที่มีกำลังการผลิตที่สูง เช่น ใช้แผงขนาด 500 วัตต์ ขึ้นไป เพื่อให้การติดตั้งไม่เปลืองขนาดพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

อินเวอร์เตอร์ที่ใหญ่มากขึ้น (Central inverter)

central inverter

อินเวอร์เตอร์ในระบบโซล่าฟาร์ม จะใช้ขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า Central inverter เพื่อให้สามารถรองรับพลังงานจำนวนมากได้อย่างทั่วถึง เพราะอินเวอร์เตอร์เป็นตัวแปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ให้เป็นกระแสสลับ (AC) ตรงนี้จะเกิดการสูญเสียพลังงานได้เสมอ โดยทั่วไปแล้วประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์มีค่าประมาณร้อยละ 85-90 เท่ากับว่าหากเราต้องการใช้ไฟฟ้า 85-90 วัตต์ เราควรเลือกใช้อินเวอร์เตอร์ประมาณ 100 วัตต์ ก็จะได้รับพลังงานเท่าที่ควรจะได้

หม้อแปลงกำลัง

หม้อแปลงกำลัง

หม้อแปลงกำลัง จะใช้ส่งผ่านกำลังไฟฟ้าจากวงจรหนึ่งไปยังอีกวงจร โดยใช้หลักการของแม่เหล็กไฟฟ้า เพราะปกติิจะใช้เชื่อมโยงระหว่างระบบไฟฟ้าแรงสูงและไฟฟ้าแรงต่ำ เพื่อแปลงแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ระดับแรงดันเดียวกัน

หม้อแปลงกำลังถือเป็นอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่สำคัญในระบบโซล่าฟาร์ม

ข้อดีของการติดตั้งโซล่าฟาร์ม

ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

เพราะ ‘ระบบโซล่าเซลล์’ เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้จากแสงอาทิตย์ดังนั้นจึงไม่มีการเผาไหม้ที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิล

ช่วยประหยัดพลังงาน